|
ผบ.ตร. ให้สันติบาลและ ตชด.ตามติดข่าว อัลเคด้า ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๘ ก.ค. - ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งตำรวจทั่วประเทศกวาดล้างอาวุธปืน-วัตถุระเบิด ตามมาตรการป้องกันและปราบปราม ส่วนข่าวขบวนการก่อการร้ายจะเข้ามาก่อวินาศกรรมในภาคใต้ ได้สั่งการให้ตำรวจสันติบาลและ ตชด.ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกาะติดกับข่าว และความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด
พล.ต.ต.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แถลงถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายไว้ในการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยจะให้มีการปราบปรามอาวุธสงครามอย่างเข้มงวดนั้น ในเรื่องนี้ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศ ดำเนินการกวาดล้างอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด รวมทั้งการจับกุมคดีค้างเก่าต่างๆ พร้อมกันในทุกพื้นที่แล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ และ พล.ต.อ.อำนวย เพชรศิริ รอง ผบ.ตร.ฝ่ายป้องกันและปราบปราม เป็นผู้ควบคุมดูแลและสั่งการในแต่ละพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามสภาพปัญหาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
สำหรับการดำเนินการตามมาตรการที่ ผบ.ตร.ได้มอบหมายนั้น โฆษก ตร. กล่าวว่า จะมีทั้งในเรื่องของการป้องกันและการปราบปราม โดย การป้องกัน นั้นจะพิจารณาในเรื่องของการข่าวและการสอดส่องความเคลื่อนไหวของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลต่าง ๆที่อยู่ในเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยสถานที่ล่อแหลมและสถานที่สำคัญ ซึ่งจะมีการพิจารณาตั้งจุดตรวจและจุดสกัดในบางพื้นที่ตามความเหมาะสมด้วย ส่วนในเรื่องของ การปราบปราม นั้น ผบ.ตร.สั่งการให้ใช้มาตรการเชิงรุกในการกำหนดเป้าหมายเพื่อกระระดมกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง ตลอดเจนการใช้มาตรการที่เฉียบขาดภายใต้กรอบของกฎหมายเพื่อปราบปรามการกระทำความผิดที่มีความรุนแรงสะเทือนขวัญ มีการใช้อาวุธปืน อาวุธสงคราม และวัตถุระเบิดเข้าดำเนินการ
สำหรับ คดีค้างเก่านั้น โฆษก ตร.กล่าวว่า ผบ.ตร.สั่งการให้กองปราบปราม รวมทั้งชุดสืบสวนของ บช.น. และตำรวจภูธรภาค ๑-๙ ทั้งในระดับ บช. บก. และสถานีตำรวจต่าง ๆ เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายในคดีค้างเก่าที่ยังจับกุมตัวไม่ได้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเฉพาะในคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ชีวิต ร่างกาย ที่มีลักษณะและพฤติการณ์การกระทำผิดที่เป็นขบวนการ และมีการใช้อาวุธปืน อาวุธสงคราม และวัตถุระเบิดในการกระทำผิด
พล.ต.ต.พงศพัศ ยังกล่าวถึงกรณีที่ กองทัพภาค ๔ ได้ออกวิทยุแจ้งให้ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ทราบว่า จะมีขบวนการก่อการร้าย อัล เคด้า เข้ามาก่อวินาศกรรมในพื้นที่ภาคใต้ว่า จากพื้นฐานการข่าวของตำรวจสันติบาลที่ผ่านมา ยังไม่พบความเคลื่อนไหวของขบวนการนี้แต่อย่างใด แต่ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดตลอดมา
ในเรื่องนี้ ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ตำรวจสันติบาลและ ตชด.ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกาะติดกับข่าว และความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และจะไม่มีการประมาทโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะกำลัง ตชด.ที่เข้าไปปฏิบัติงานร่วมกับตำรวจภูธรในพื้นที่ ๓จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น เชื่อว่าจะสามารถสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้มากขึ้น โดยจะมีการประสานการปฏิบัติกับชุดชุมชนมวลชนสัมพันธ์ของสถานีตำรวจต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด โดยจะไม่เข้าไปสร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นโดยเด็ดขาด พล.ต.ต.พงศพัศ กล่าว. ส.๑๒ (๒๑๔) พ.๓

ที่มา:สำนักข่าวไทย
|
|