|
แบงก์ใหญ่-เอเชีย-ยูโอบียันไม่ขึ้นดอกเบี้ยฝาก

กรุงเทพฯ แบงก์ใหญ่-แบงก์เอเชีย-ยูโอบีรัตนสินไม่หวั่นพันธบัตรรัฐดูดสภาพคล่อง ยืนยันไม่มีนโยบายขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากภายใน ๑ ปีนับจากนี้ ระบุมีเงินฝากประเภท ๕ ปีที่จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ ๔.๒๕ ให้กับลูกค้าอยู่แล้ว ใกล้เคียงดอกเบี้ยพันธบัตร ขณะที่ธนาคารยูโอบีรัตนสินก็ยังไม่มีการปรับเช่นกัน เพราะปกติกู้ผ่านตลาดอาร์พีอยู่แล้ว
นายธรรมศักดิ์ จิตติมาพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารยังไม่มีนโยบายในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในระยะนี้ และคิดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ต่ำกว่า ๑ ปี คงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้เพราะธนาคารมีเงินฝากประจำ ๕ ปี ที่จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ ๔.๒๕ ให้กับลูกค้าอยู่แล้ว โดยมีการจ่ายดอกเบี้ยทุกปี ซึ่งดอกเบี้ยใกล้เคียงกับดอกเบี้ยพันธบัตร ๕ ปีของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงินที่จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ ๔.๒-๔.๓ ต่างกันตรงที่พันธบัตรกองทุนจ่ายดอกเบี้ย ทุก ๖ เดือน
นอกจากนี้ ธนาคารก็ยังมีผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำ ประเภท ๓ ปีที่จ่ายดอกเบี้ยให้กับลูกค้า ร้อยละ ๓.๗๕ และเป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีลูกค้าฝากเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการที่กองทุนฯ ออกพันธบัตรประเภท ๕ ปี ๗ ปี และ ๑๐ ปี นั้นไม่กระทบต่อฐานเงินฝากของธนาคาร ซึ่งฐานเงินฝากของธนาคาร ณ ปัจจุบันอยู่ที่ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นบัญชีเงินฝากที่ต่ำกว่า ๑ ปี
การขึ้นดอกเบี้ยนั้นต้องขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารในการบริหารจัดการสภาพคล่อง แต่ยอมรับว่าคงมีลูกค้าเงินฝากบางส่วนของธนาคารที่ถอนเงินไปซื้อพันธบัตรบ้าง แต่ยืนยันว่าไม่กระทบต่อธนาคารแน่นอน แบงก์เอเชียยังไม่ได้ทำอะไร เพราะมีฐานเงินฝากที่แข็งพอสมควร ดังนั้นผลของพันธบัตรที่ออกมาไม่กระทบแน่นอน
สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนั้น ในระยะนี้ภาพโดยรวมยังไม่เห็นสัญญาณ แต่โอกาสที่ภาคเอกชนจะหันไปออกตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ ซึ่งให้ผลตอบแทนที่สูงก็มีความเป็นไปได้ แต่ก็มีความเสี่ยง ซึ่งประชาชนต้องเป็นผู้ตัดสินเองว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ข้อดีของพันธบัตรยอมรับว่า สามารถขายคืนให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ก่อนกำหนดเวลาที่ระบุไว้ แต่จะไม่ได้รับดอกเบี้ยเต็มจำนวน ซึ่งผู้ซื้อพันธบัตรจะทราบว่าคุ้มหรือไม่ ที่ซื้อพันธบัตรไปต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ๑ ปี ว่าได้รับผลตอบแทนเป็นอย่างไร โดยให้นำมาเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ ที่มีอยู่ในระบบ แต่ก็ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีและเป็นโอกาสให้กับประชาชนมีทางเลือก
สำหรับการทำหน้าที่ในการขายพันธบัตรนั้น ธนาคารเอเชียได้รับทราบข้อมูลจาก ธปท.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยธนาคารได้ทำการวางแผนการจัดจำหน่ายภายในธนาคารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้มีการหารือกับสาขาที่ทำหน้าที่ในการจำหน่ายพันธบัตรแล้ว รวมทั้งได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในการขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบตรงหรือไดเร็คเซล รับทราบแล้ว และยืนยันว่าธนาคารจะไม่โน้มน้าวให้ลูกค้าที่จะซื้อพันธบัตรมาฝากเงินประเภท ๕ ปี กับธนาคาร แต่หากลูกค้าต้องการที่จะฝากเงินประเภท ๕ ปี กับธนาคาร ธนาคารก็ยินดีที่จะรับฝากอยู่แล้ว ซึ่งการจัดจำหน่ายนั้นในวันที่ ๕ ก.ค. สมาคมธนาคารไทยจะมีการหารือกันอีกครั้งหนึ่งถึงการจัดสรรการขายพันธบัตร
นายสุวรรณ ดำเนินทอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าธนาคารไม่มีนโยบายในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากธนาคารมีสภาพคล่องทางการเงินเป็นหลักแสนล้านบาท แต่ยอมรับว่าพันธบัตรที่ออกมาน่าสนใจ เพราะให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าการฝากไว้กับธนาคาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงไทย จะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในช่วงนี้ เนื่องจากธนาคารแต่ละแห่งมีสภาพคล่องล้นส่วนเกินมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งธนาคารต้องการให้ลูกค้าถอนเงินดังกล่าวไปลงทุนพันธบัตรของรัฐบาล เพื่อลดภาระให้กับธนาคารขนาดใหญ่ ซึ่งต่างกับธนาคารลูกครึ่งในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการลดดอกเบี้ยเพื่อไล่เงินฝากออกไป ดังนั้นเมื่อทางการออกพันธบัตร ก็วิตกว่าลูกค้าจะถอนเงินไปซื้อพันธบัตร และไม่มีสภาพคล่องที่จะคืนให้กับลูกค้า จึงได้มีการปรับขึ้นเงินฝากระยะสั้น
แหล่งข่าวจากธนาคารยูโอบีรัตนสิน กล่าวว่า ธนาคารจะไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขึ้นอย่างแน่นอน และคิดว่าการออกพันธบัตรของรัฐกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ไม่มีผลต่อสภาพคล่องของธนาคาร เพราะปกติธนาคารกู้ผ่านตลาดอาร์พี ซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่าและจัดการได้ดีกว่าอยู่แล้ว.-๑๑๕ พ.๒

ที่มา:สำนักข่าวไทย
|
|